Friday, 24 March 2023

สลด เด็กวัย 14 ถูกรถทับเสียชีวิต หลังเกมฟุตบอลโลก 2022 "ฝรั่งเศส-โมร็อกโก"

สุดซึมเซา เด็กวัย 14 ปี ถูกรถทับเสียชีวิต หลังจบเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส ชนะ โมร็อกโก

วันที่ 15 ธ.ค. 2565 สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี สำนักข่าวชั้นหนึ่งกล่าวว่า เด็กวัยหนุ่มวัย 14 ปีรายหนึ่ง ถูกรถชนและโดนทับร่างก่อนเสียชีวิตที่มงต์เปลลิเยร์ เมืองทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ในขณะเพียงแค่ไม่นานหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่ 2 ซึ่ง ทีมชาติฝรั่งเศส เอาชนะ ทีมชาติโมร็อกโก 2-0 เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา (14 ธันวาคม 2565)

เหตุการณ์นี้มีคลิปปรากฏบนโลกโซเชียล ซึ่งมีรถยนต์คันหนึ่งที่ผูกผ้า 3 สี เป็นสีน้ำเงิน ขาว แดง ตามสีธงชาติฝรั่งเศส ถูกล้อมโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ถือธงชาติผืนใหญ่ ทำให้คนขับรถคันนี้เกิดอาการตกใจ ก่อนเหยียบคันเร่งฝ่าวงล้อมออกไป และได้พุ่งชนวัยรุ่น 2 คนเข้าอย่างจัง ซึ่งก็มี 1 รายที่ถูกรถยนต์ทับร่าง ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ล่าสุดมีแถลงการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มการไล่ล่าหาตัวผู้ขับมารับโทษแล้ว หลังจากเจอรถยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งเอาไว้ในรอบๆไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ซึ่ง มิคาเอล เดอลาฟอสส์ นายกเทศมนตรีมงต์เปลลิเยร์ และ ปาทริก วิญาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท้องถิ่น กล่าวว่าทุกคนรู้สึกสะดุ้งกับโศกนาฏกรรมคราวนี้ และหวังว่าจะจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงทัณฑ์ขั้นเด็ดขาดตามขั้นตอนยุติธรรมได้

ดังนี้ ประเทศฝรั่งเศส มีชาวโมร็อกโกอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน และจากการที่ทั้ง 2 ชาติโคจรมาเจอะกันในฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ ที่กาตาร์ ก็เป็นเหตุให้มีการปะทะกันระหว่างแฟนบอล 2 ฝั่ง โดยมีกล่าวว่าตำรวจจะต้องใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มแฟนบอลที่ก่อเหตุวิวาทตามเมืองต่างๆอาทิเช่น กรุงปารีส, เมืองลียง และมีรายงานการจับกุมผู้ก่อเหตุทั่วทั้งประเทศถึง 167 คดี

สำหรับ ฝรั่งเศส จะตัดสินแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 กับ อาร์เจนตินา ในรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 18 เดือนธันวาคมนี้ ส่วน โมร็อกโก จะชิงอันดับ 3 กับ โครเอเชีย วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม ชิงชัย 22.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย ทั้ง 2 คู่

หลังเกมฟุตบอลโลก 2022

แฟนบอลฝรั่งเศส-โมร็อกโกปะทะเดือดหลังเกมบอลโลก เด็กวัย 14 ถูกรถทับเสียชีวิต

สื่อต่างชาติแถลงการณ์ว่า เมื่อวันที่ 14 เดือนธันวาคม กำเนิดเหตุแฟนบอลฝรั่งเศสและโมร็อกโกปะทะกันหลายจุดในประเทศฝรั่งเศส ภายหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งฝรั่งเศส แชมป์เก่า เอาชนะโมร็อกโก 2-0 ที่ประเทศกาตาร์ และมีเด็กผู้ชายวัย 14 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตที่เมืองมงต์เปลลิเย่ร์

ภายหลังจบเกม แฟนบอลชาวฝรั่งเศสต่างหลั่งไหลลงไปฉลองความมีชัยบนถนนทั่วประเทศ สร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้แฟนบอลโมร็อกโกบางคนที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส กระตุ้นให้เกิดเหตุปะทะกันขึ้้นในหลายพื้นที่ โดย โมร็อกโก เคยอยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศสและตอนนี้มีชาวโมร็อกโกอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสราว 1 ล้านคน

บางพื้นที่เหตุการณ์ร้ายแรง มีการจุดพลุไฟเขวี้ยงปาใส่กัน และจุดไฟทำลายสิ่งของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองมงต์เปลลิเย่ร์ จนกระทั่งเจ้าหน้าเจ้าตาที่ตำรวจปราบความวุ่นวายจะต้องใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์

ในเวลาถัดมา เจ้ากี้เจ้าการที่ตำรวจแถลงว่า เด็กชายวัย 14 ปีรายหนึ่งโดนรถชนอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เขาเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และกำลังเร่งกระทำการสอบปากคำถัดไป

ขณะที่ชาวเน็ตพากันแชร์คลิปทางเครือข่ายสังคมขณะฝูงชนเข้าไปรุมล้อมรถคันหนึ่งที่คลุมธงชาติฝรั่งเศส แล้วหลังจากนั้นหมู่คนก็ดึงธงออกมา ทำให้คนขับเกิดอาการตื่นตระหนก ขับขี่รถพุ่งใส่วัยรุ่น 2 คน ก่อนเลี้ยวรถแล้วเร่งเครื่องออกไป ซึ่งจังหวะนั้นรถยนต์ไปชนเด็กผู้ชายวัย 14 ปีอย่างแรง

ฝรั่งเศส โมร็อกโก

แฟนบอลปะทะเดือดหลังฝรั่งเศสชนะโมร็อกโก เด็ก 14 ถูกรถชนดับ

แฟนบอลทำให้เกิดการจลาจล-ปะทะเดือดในหลายจุดทั่วฝรั่งเศส หลังเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก ระหว่างฝรั่งเศสกับโมร็อกโก เบื้องต้น พบเด็ก 14 ปี เสียชีวิต 1 คน

บรรยากาศในฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ถนนช็องเซลีเซ ในกรุงปารีส เต็มไปด้วยภาพของแฟนบอลที่พากันออกมาฉลองตามถนน หลังทีมชาติฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโกไปได้ 2-0 ประตู เข้ารอบชิงแชมป์ได้สำเร็จ เมื่อคืนที่ผ่านมา

ที่เมืองมงต์เปอลีเย (Montpellier) ทางตอนใต้ของประเทศ แฟนบอลโมร็อกโกที่ไม่สบอารมณ์ผลการแข่งขัน ออกมาทำให้เกิดความโกลาหล ทำลายของสาธารณะ นิดหน่อย ปะทะ กับแฟนบอลฝรั่งเศสที่ออกมาเฉลิมฉลองความมีชัย กระทั่งเหตุการณ์บานปลาย มีการเหวี่ยงสิ่งของใส่กัน

นอกเหนือจากนี้ ยังมีเหตุสลดเกิดขึ้น หลังรถยนต์คันหนึ่งพุ่งชนกลุ่มแฟนบอลโมร็อกโก ที่พยายามล้อมรถเพื่อลักขโมยธงชาติฝรั่งเศสที่ติดอยู่กับกระจกรถ ส่งผลให้เด็กผู้ชายวัย 14 ปี ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวถูกรถทับเสียชีวิต ซึ่งในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำ

ที่เมืองนีซ แฟนบอลที่ออกมาเฉลิมฉลองชัย พากันปาดอกไม้ไฟใส่ตำรวจปราบอลหม่านที่พยายามตั้งแถวสกัด

สำหรับโมร็อกโกเคยเป็นประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศส ก็เลยมีผู้ย้ายถิ่นและชุมชนชาวโมร็อกโกอาศัยกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในฝรั่งเศส และหลายๆคนถือ 2 สัญชาติ

เว้นแต่ที่ฝรั่งเศสแล้ว ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ยังมีแฟนบอลโมร็อกโกราว 100 คน ที่ไม่พอใจผลการแข่งขัน ออกมาติดไฟเผาสิ่งของตามถนน จนกระทั่งตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงกดดันสูงเข้าควบคุมสถานการณ์ และจับกุมผู้สร้างความระส่ำระสายไปจำนวนหนึ่ง